โดย สายใจ คงทน
3 ดี คืออะไร
สื่อดี หมายถึง สื่อการเรียนรู้หรืออุปกรณ์ที่เหมาะสม เช่น สื่อการเรียนรู้ที่ครูหรือผู้รู้ในชุมชนผลิตขึ้น หรือการใช้วัสดุธรรมชาติที่ปลอดภัยต่อเด็ก โดยสื่อที่ดีนี้ควรส่งเสริมให้เด็กคิดวิเคราะห์ได้ด้วยตนเอง และเหมาะสมตามช่วงวัย ทำให้การเรียนรู้มีความสนุกและปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ ของเล่น หรือบุคคล เช่น ครู และผู้รู้ในชุมชนที่มีบทบาทในการเป็นสื่อการเรียนรู้โดยตรง
พื้นที่ดี หมายถึง พื้นที่ที่ครู เด็ก ผู้ปกครอง และชุมชนร่วมกันออกแบบและปรับให้สอดคล้องกับการเรียนรู้ของเด็ก เช่น มุมพัฒนาทักษะชีวิต มุมเล่น และมุมอ่าน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เอื้อต่อการสำรวจ เรียนรู้ และพัฒนาทักษะชีวิตของเด็ก พื้นที่ทางกายภาพที่ดีนี้เปิดโอกาสให้เด็กได้คิดและเล่นอย่างสร้างสรรค์ รวมถึงสร้างความผูกพันกับสภาพแวดล้อมรอบข้างที่เป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาการทางกายและจิตใจ
ภูมิดี หมายถึง การนำภูมิปัญญาชุมชนเข้ามาในกระบวนการเรียนรู้ เช่น การเรียนรู้ผ่านเรื่องราวพื้นบ้านหรือการใช้วิถีชีวิตในท้องถิ่นเป็นกรอบการเรียนรู้ ส่งผลให้เด็กเข้าใจคุณค่าและสามารถปรับตัวในสังคมได้อย่างมีความสุข ปัจจัยดังกล่าวยังส่งเสริมให้เกิด “ภูมิคุ้มกัน” ทางจิตใจให้เด็กสามารถป้องกันตนเองจากปัจจัยเสี่ยงรอบตัว และรู้เท่าทันสื่อ สังคม และการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
ทำไมการเรียนรู้ข้ามวัยจึงสำคัญ
การเรียนรู้ข้ามวัย/ร่วมกันระหว่างวัย คือ กระบวนการเรียนรู้ที่มีการปฏิสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความรู้ ทักษะ และคุณค่าต่างๆ ระหว่างกลุ่มคนที่มีช่วงวัยแตกต่างกัน โดยมักมุ่งเน้นที่การมีส่วนร่วมระหว่างคนรุ่นใหม่ (เช่น เด็กหรือเยาวชน) กับคนรุ่นเก่า (เช่น ผู้สูงอายุ)”
การเรียนรู้ข้ามวัย คือ “หัวใจของการสร้างนิเวศสุขภาวะ” เพราะว่าในสังคมของประเทศไทย เรากำลังก้าวเข้าสู่ สังคมสูงวัย และการเปลี่ยนผ่านของยุคดิจัล โดยเฉพาะช่องว่างระหว่างวัย หรือ คนระหว่างเจนเนอรชั่นต่างมีความคิดแตกต่างกัน เพื่อ
ลดช่องว่างระหว่างวัย การเรียนรู้ข้ามวัยช่วยให้คนต่างรุ่นได้เห็นแง่มุมความจริง เช่น มองว่าผู้สูงอายุล้าสมัย หรือมองว่าเด็ก Gen Z ขาดความอดทน
การสร้างความเข้าอกเข้าใจ เมื่อเกิดการเรียนรู้ร่วมกัน จะเกิดความเข้าใจในข้อจำกัดและศักยภาพของคนต่างรุ่น
เกิดการแลกเปลี่ยนภูมิปัญญา ผู้สูงอายุคือคลังประสบการณ์ชีวิต ในขณะเดียวกัน เด็กและเยาวชนสามารถช่วยพาผู้สูงวัยก้าวข้าม “ความกลัวเทคโนโลยี” ทำให้ผู้สูงอายุสามารถใช้สื่อดิจิทัลได้อย่างปลอดภัยและเท่าทัน
ทำให้เกิดสุขภาวะที่ดีขึ้นของทุกช่วงวัย การมีกิจกรรมร่วมกับคนรุ่นใหม่ ทำให้ผู้สูงอายุ รู้สึกว่าตนเองยังมีคุณค่า ต่อสังคม เด็กและเยาวชน ก็มี “ต้นแบบ” หรือ “พี่เลี้ยง” ที่มีประสบการณ์ชีวิตสูง ช่วยสร้างความรู้สึกมั่นคงทางจิตใจ เสริมสร้างทักษะทางอารมณ์ และความฉลาดรู้ในการใช้ชีวิต
เกิดการสร้างเครือข่ายความปลอดภัยในชุมชน เมื่อคนในชุมชนรู้จักและไว้วางใจกันข้ามรุ่น จะเกิด การดูแลที่เป็นธรรมชาติ เช่น ผู้ใหญ่ช่วยเป็นหูเป็นตาให้เด็ก เด็กช่วยดูแลความปลอดภัยทางเทคโนโลยีให้ผู้ใหญ่สามารถร่วมกันแก้ปัญหาความขัดแย้งภายในชุมชนได้เป็นอย่างดี
เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ ทุกคนสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ได้เสมอ เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันโดยไม่จำกัดวัย
พลัง 3 ดีกลไกขับเคลื่อนความสำเร็จ
การจะทำให้การเรียนรู้ข้ามวัย โดยใช้กลไก 3 ดี ในการขับเคลื่อน ดังนี้
1. สื่อดี เป็นตัวกลางในแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สร้างความสัมพันธ์ระหว่างกัน
- ใช้สื่อที่เข้าถึงง่ายและกระตุ้นความจำร่วมสมัย เช่น ของเล่นแบบเก่า เรื่องเล่า
- ใช้สื่อดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการร่วมสร้างสรรค์ เช่น การทำคลิปสั้นร่วมกัน
- เน้นสื่อที่ก่อให้เกิดการถาม-ตอบ มากกว่าการรับสารทางเดียว
2. พื้นที่ดี เป็นพื้นที่ที่เอื้อให้คนต่างวัยมาพบปะกันอย่างปลอดภัยและอบอุ่น
- กายภาพ: ออกแบบพื้นที่ที่เอื้อต่อคนทุกกลุ่ม เช่น สวนผักชุมชน ลานกิจกรรม
- จิตวิทยา: สร้างบรรยากาศพื้นที่กลางที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของเหนือใคร เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม
- ความยืดหยุ่น: ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามกิจกรรมลดช่องว่างระหว่างวัย
3. ภูมิดี เป็นพลังจากภูมิปัญญาชุมชนและการสร้างความหมายร่วมกัน
- ดึงทุนทางสังคมและภูมิปัญญาดั้งเดิมมาเป็นเนื้อหาหลัก เช่น อาหาร, งานฝีมือ, ประวัติศาสตร์ชีวิต
- ทำให้คนรุ่นเก่ารู้สึกเป็นผู้ให้ และคนรุ่นใหม่รู้สึกภาคภูมิใจ
- เชื่อมโยงภูมิปัญญา สร้างความเข้มแข็งในชุมชน
ตัวอย่างกิจกรรม
กิจกรรม “นิทานอ่านเล่น… เป็นเรื่อง (ของชุมชน)”
เน้นกระบวนการสร้าง สื่อดี โดยใช้ต้นทุนทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น
- จัดกระบวนการให้ผู้สูงอายุมาล้อมวงเล่าประวัติศาสตร์ชุมชน หรือตำนานท้องถิ่น (เช่น เรื่องเล่าเกี่ยวกับโนรา หรือเขาทะลุ) ให้เด็กและครูปฐมวัยฟัง จากนั้นครูและเด็กจะช่วยกันนำเรื่องเล่านั้นมาทำเป็น “สมุดนิทานทำมือ” “หุ่นมือ”
- การเรียนรู้ข้ามวัย ผู้สูงอายุได้รื้อฟื้นความจำและส่งต่อภูมิปัญญา เด็กๆ ได้ซึมซับอัตลักษณ์ชุมชนผ่านการฟังและวาดภาพ
กิจกรรม “ตลาดนัดสื่อสร้างสรรค์ ชุมชน 3 ดี “
ยก “นิเวศสื่อสุขภาวะ” ออกมาไว้นอกห้องเรียน เพื่อให้คนในชุมชนได้เห็นภาพร่วมกัน
- จัดงานในชุมชนที่แบ่งเป็นฐานกิจกรรม เช่น ฐานพับใบเตย สานทางมะพร้าว (โดยคุณยาย), ฐานเล่นหมากขุม (โดยคุณตา), และฐานวาดภาพระบายสี (โดยพี่ๆ วัยรุ่น)
- เป็นการออกแบบให้เกิดการสื่อสารปฏิสัมพันธ์ ที่ให้เด็กปฐมวัย เรียนรู้จากผู้ใหญ่ในชุมชนอย่างเป็นธรรมชาติ
กิจกรรม “สำรับพื้นบ้าน อาหารพื้นถิ่น “
กิจกรรมที่เน้นความสัมพันธ์ในครอบครัวและชุมชนผ่านวัฒนธรรมการกิน”อาหาร” ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางที่เชื่อมโยงความรักและการดูแลสุขภาวะเข้าด้วยกัน
- สนับสนุนให้ ศพด. จัดวันที่เด็กๆ และผู้ปกครอง/ปู่ย่าตายาย หิ้วปิ่นโตอาหารท้องถิ่นมากินร่วมกันที่ศูนย์ฯ หรือชวนให้ ผู้ใหญ่สอนอาหารการกินของท้องถิ่น ให้เด็กเรียนรู้ เกิดการพูดคุยเรื่องวัตถุดิบ ฤดูกาล และวิธีปรุง เด็กๆ ได้ฝึกทักษะทางสังคมและภาษาผ่านการล้อมวงกินข้าวกับผู้ใหญ่
กิจกรรม มหัศจรรย์สื่อสร้างสรรค์
ส่งเสริมให้เด็ก และผู้ใหญ่ร่วมกันสร้างสื่อสร้างสรรค์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยกัน
ผู้ใหญ่ชวน เด็กๆ ทำ “สื่อพื้นบ้าน” เช่น การจักสานใบมะพร้าวเป็นรูปสัตว์, การทำขนมพื้นบ้าน หรือการปลูกผักสวนครัวในกระถางรีไซเคิล ชักชวนเด็กรุ่นพี่ประถม มัธยมมาเป็นผู้สื่อข่าวจำลอง ถ่ายรูป เล่าเรื่องราวผ่านคลิปสั้น
- นิเวศสื่อสุขภาวะ (3 ดี)
- สื่อดี: ผู้สูงอายุคือ “สื่อบุคคล” ที่มีชีวิต และของเล่นทำมือคือ “สื่อจากธรรมชาติ”
- พื้นที่ดี: ศพด. กลายเป็นพื้นที่กลางที่เชื่อมคนสองรุ่นเข้าหากัน
- ภูมิดี: เด็กได้ฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กและสมาธิ ส่วนผู้สูงอายุเกิดความภูมิใจ ที่ได้ถ่ายทอดความรู้
บทเรียนสำคัญจากการปฏิบัติ
- ความเสมอภาพ การเคารพซึ่งกันและกัน ก้าวข้ามคติ “”อาบน้ำร้อนมาก่อน”” หรือ “”คนรุ่นใหม่ฉลาดกว่า” เปลี่ยนเป็นการรับฟังอย่างลึกซึ้ง จากคนสอนมาเป็นคนเรียนรู้ร่วมกัน แลกเปลี่ยนกันไม่มีคนสอน ไม่มีคนฟัง เป็นผู้แลกเปลี่ยนกัน ทุกคนเป็นครูของกันและกันได้
- เน้นใจ มองที่ “กระบวนการ” มากกว่า “ผลงาน” พูดคุยกัน มอบรอยยิ้ม มิตรภาพระหว่างทาง สำคัญกว่าชิ้นงานที่สำเร็จ
- หา “จุดร่วม” ที่สนใจ กิจกรรมที่ไม่ถูกกำหนดโดยคนรุ่นใดรุ่นหนึ่ง แต่ต้องให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่มีส่วนร่วมในการคิด เพื่อให้ตอบโจทย์ความสนใจของทั้งสองฝ่าย เช่น สิ่งที่ชอบ ปัญหาร่วมในชุมชน
- มีจุดเชื่อมต่อหรือตัวกลางเชื่อมโยง ต้องมีผู้ประสานงานหรือผู้อำนวยการเรียนรู้ ที่จะช่วยเชื่อมโยงและแปลความต่างของภาษา ความคิดของคนระหว่างวัย ให้เข้าใจกันง่ายขึ้น
- ความสม่ำเสมอ ไม่ใช่กิจกรรมครั้งเดียวจบ แต่ต้องเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต หรือเป็นกิจกรรมที่สามารถทำได้อย่างสม่ำเสมอ